สถาบันมาสเตอร์ลี่ ออร์แกไนเซชั่น ดีเวลลอปเมนท์ Masterly Organization Development Institute Boston Network สถาบันที่ปรึกษาและพัฒนาธุรกิจ StepPlus
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ deone training
Home > รวมหลักสูตร Public Training > หมวดการบริหารทรัพยากรบุคคล > วิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับคำพิพากษาฎีกา คดีแรงงานใหม่ล่าสุด (2548-2550)

วิเคราะห์เจาะลึกเกี่ยวกับคำพิพากษาฎีกา คดีแรงงานใหม่ล่าสุด (2548-2550)

13/02/2008

จัดโดย: WASO Training

คำพิพากษาฎีกาคดีแรงงาน หมายถึง คำพิพากษาของศาลสูงสุดของประเทศ ที่ได้ตัดสินปัญหาที่มีการพิพาทกันของคู่ความ ด้านแรงงาน 2 ฝ่าย ที่มีความคิดเห็นหรือมุมมอง หรือความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ส่วนใหญ่แล้ว มากกว่า 90% จะเป็นข้อ พิพาทที่ฝ่ายลูกจ้างฟ้องฝ่ายนายจ้างในศาลแรงงานหลังจากศาลแรงงานพิพากษาคดีให้คู่ความฝ่ายใดชนะ คดีก็ตาม คู่ความอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษา ก็จะอุทธรณ์ไปที่ศาลฎีกา
หลังจากศาลฎีกา ได้ตรวจข้ออุทธรณ์ ตรวจคำฟ้อง คำให้การและพยานหลักฐานต่างๆรวมทั้ง คำวินัจฉัยของศาลแรงงานแล้ว ศาลฎีกาก็จะทำคำพิเคราะห์เป็นคำพิพากษาอีกครั้ง ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกานั้น จะใช้เป็น บรรทัดฐานเทียบเคียงกับเหตุการณ์
เรื่องราวที่คล้ายคลึงกันได้ในภายหน้า
นั่นคือ เมื่อมีเหตุการณ์และสภาพแวดล้อมที่เกิดเป็นข้อพิพาทเหมือนกัน ศาลแรงงานก็จะใช้แนวคำวินิจฉัย
ของศาลฎีกาเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินคดีความ เพียงแต่คู่ความฝ่ายที่เห็นว่า แนวคำพิพากษาฎีกาคดีเรื่องใด
สามารถนำมาสนับสนุนกรณีพิพาทที่เกิดขึ้นให้เกิดประโยชน์แก่ฝ่ายตนได้มากกว่า จะต้องเป็นผู้กล่าวอ้างยกขึ้นมาให้ศาลแรงงาน
พิจารณา ศาลแรงงานจะไม่ยกคำพิพากษาฎีกาที่คู่ความไม่กล่าวอ้างมาวินิจฉัยให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ดังนั้น การมาเรียนรู้และทำความเข้าใจในคำพิพากษาฎีกาคดีแรงงานใหม่ล่าสุด (ปี 2548-2549) 64 ประเด็น 133 หน้า จะเป็นการเรียนลัดที่เกิดประโยชน์สูงในระยะเวลาอันสั้น ด้วยการวิเคราะห์เจาะลึกจากวิทยากร
ผู้มีความเชี่ยวชาญในคำพิพากษาฎีกาคดีแรงงานโดยเฉพาะ
จึงเป็นโอกาสอันดี ที่ท่านผู้เป็นเจ้าของกิจการ เจ้าของสถานประกอบการ ผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลผู้บริหารด้านแรงงาน
สัมพันธ์ ผู้บริหารด้านวินัย ผู้บริหารด้านกฎหมาย รวมทั้งผู้บังคับบัญชาในระดับต่างๆ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ด้านต่างๆ ดังกล่าว
ข้างต้น จะได้มาเรียนรู้กรณีศึกษาจากคำพิพากษาฎีกาต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในวงการแรงงานมามากกว่า 28 ปี ในการเข้าร่วมสัมมนาในหลักสูตรดังกล่าว โดยจะวิเคราะห์เจาะลึกในคำพิพากษาฎีกาคดีแรงงานล่าสุดใหม่ๆในปี 2548-2549

หัวข้อการอบรม/กำหนดการ:


1. การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อผู้อื่น โดยตัวลูกจ้างไม่ได้ประโยชน์ด้วยจะมีความผิดถึงไล่ออกได้หรือไม่ (1)
2. ความแตกต่างของการไล่ออก ปลดออก ให้ออก และเลิกจ้างมีเพียงไร (2)
3. การอ้างว่าลูกจ้างมีผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน ฝ่ายนายจ้างต้องชี้ได้ว่ามาตรฐานนั้นอยู่ที่ไหน (6)
4. เงินที่จะต้องจ่ายเมื่อเลิกจ้างมี 3 จำนวน คือ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหาย มิใช่เพียง 2 จำนวนแรก (7)
5. สำเนาพยานเอกสาร ลูกจ้างนำส่งศาลแรงงาน โดยไม่ให้สำเนาแก่ฝ่ายนายจ้าง ทำไมศาลฎีกา จึงถือว่าชอบแล้ว (8)
6. ให้ลูกจ้างหญิงเกษียณอายุ ก่อนลูกจ้างชายได้หรือไม่เพราะเหตุใด (11)
7. แม้ลูกจ้างทำผิดสัญญาจ้าง หากนายจ้างจะเลิกจ้าง ทำไมศาลฎีกาให้จ่ายค่าชดเชยด้วย (12)
8. นิติกรรมที่เป็นโมฆะมีลักษณะอย่างไร (13)
9. ถ้าบริษัทใดทำผิด ให้หาตัวผู้สั่งการ หรือผู้กระทำการที่ผิดกฎหมาย หรือผู้ไม่สั่งการ หรือผู้ไม่กระทำการให้ถูกกฎหมายมาลงโทษจำคุก/ปรับเลยหรือ? กฎหมายมาตราใด (14-15)
10. หากจะเลิกจ้างลูกจ้างตามสัญญาจ้างที่ทำงานมา 1 ปี โดยไม่จ่ายค่าชดเชย มีเงื่อนไขอย่างไร (15-17)
11. การกระทำการใด ที่ถือเป็นการเลิกจ้าง โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เพราะทำผิดอะไร (19-20)
12. แม้จะเป็นการยุบหน่วยงานและเลิกจ้าง ศาลฎีกาอาจถือว่า เป็นเลิกจ้างไม่เป็นธรรมก็ได้
13. บางคดีฟ้องเรียกค่าเสียหาย 2,420 เท่า หรือ 201 ปีทำงานแล้ว ศาลฎีกาให้ค่าเสียหายเพียงไร (22-25)
14. ลูกจ้างเจตนาเฉื่อยงาน ก็อาจถูกเลิกจ้างได้ (26)
15. ลาป่วยบ่อย เดือนละ 8 ครั้ง บางเดือนลาป่วยเต็มเดือน เหตุใดศาลฎีกาว่า ลูกจ้างไม่ผิด (27)
16. ลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์ และมีแพทย์มานำสืบในศาลแรงงานกลาง พร้อมทั้งใบเสร็จพบหมอ ใบเสร็จซื้อยา แต่ศาลฎีกาให้เป็นกรณีเลิกจ้างโดยชอบ ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยก็มี เป็นคดีบริษัทใด (28)
17. ป่วยจริงแต่ป่วยบ่อย เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมหรือไม่ (29)
18. ฟ้องผู้ค้ำประกันการทำงาน ทำไมฟ้องที่ศาลแพ่งไม่ได้ (30)
19. เพิ่งค้ำประกันลูกจ้างที่ทำงานมาแล้ว 6 ปี เหตุใดผู้ค้ำประกันจะต้องรับผิดชอบย้อนหลังในปีแรกที่ลูกจ้างเข้าทำงาน (30-31)
20. ข้อระวังในการค้ำประกันมีอย่างไร เพราะอาจล้มละลายได้จากการค้ำประกัน (32-33)
21. การเกษียณอายุ เป็นการเลิกจ้างที่ต้องจ่ายค่าชดเชยเสมอหรือไม่ (35)
22. ลดตำแหน่งผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจได้ ถ้าฝ่าฝืน มติคณะรัฐมนตรี ว่าด้วยจรรยาบรรณของกรรมการฯ (36-37)
23. จะอ้างว่าธนาคารมีนโยบายเร่งรัดการปล่อยสินเชื่อ จึงละเลยระเบียบการปล่อยสินเชื่อถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบกรณีร้ายแรง (40-41)
24. เพียงไม่ตรวจสอบแหล่งที่มาของรายได้ผู้ขอกู้ให้ถูกต้อง จะถือว่าผิดกรณีร้ายแรง-เลิกจ้างได้เลยหรือไม่ (42)
25. ประมาทเลินเล่อทำให้นายจ้างเสียหาย-ถูกงดบำเหน็จ แต่ถ้าไม่ประมาทเลินเล่อแต่ฝ่าฝืนระเบียบของนายจ้าง มีโทษเพียงไร (ศาลแรงงาน-ให้จ่าย/ศาฎีกา-ให้งดจ่าย) (44-46)
26. นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างฐานยักยอกทรัพย์ โดยมีคำพิพากษาว่า ลูกจ้างไม่มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ เหตุใดศาลฎีกาจึงเห็นว่านายจ้างเลิกจ้างชอบแล้ว เพราะเหตุใด (50-51)
27. ศาลฎีกาจะพิพากษาให้รับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน จะต้องใช้หลักอะไร (52-53) (55)
28. เมื่อลูกจ้างถูกดำเนินคดีอาญา นายจ้างควรดำเนินการอย่างไร จึงจะไม่พลาดเหมือนธนาคารกรุงเทพ (58)
29. เมื่อไรที่กิจการนั้นๆจะมีกรรมการลูกจ้าง/ผู้ใดเป็นกรรมการลูกจ้างได้/เหตุใดประธานกรรมการบริษัท PTI (คุณประชัยฯ) เป็นประธานกรรมการลูกจ้างได้ (59)
30. จำนวนกรรมการลูกจ้าง เหตุใดมีได้ตั้งแต่ 5-21 คน/อยู่ในวาระกี่ปี/ประชุมกันถี่มากน้อยเพียงไร (60-61)
31. คณะกรรมการลูกจ้าง ประชุมกันได้ 4 เรื่องเท่านั้น อะไรบ้าง (62)
32. ข้อห้ามหรือบทคุ้มครองลูกจ้างที่เป็นกรรมการลูกจ้างมีเพียงไร/เลิกกิจการก็เลิกจ้าง ลูกจ้างไม่ได้เพราะเหตุใด มีข้อยกเว้นอย่างไร (63-65)
33. เหตุใดศาลฎีกาให้เลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง ระหว่างมีข้อพิพาทแรงงานได้ (66-73)
34. กฎหมายมาตราใดที่ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง และต้องอุทธรณ์ภายในกี่วัน (74)
35. เหตุที่สัญญาจ้างทดลองงาน เป็นสัญญาชนิดไม่มีระยะเวลาการจ้างที่แน่นอน เพราะอะไร ศาลฎีกาท่านว่าเป็นสัญญาที่มีจุดมุ่งหมายอย่างไร (76-78)
36. จะต้องประเมินผลการทำงาน ภายในเวลากี่เดือนกี่วัน (79)
37. เหตุใด ทั้งๆ ที่ระบุไว้แล้วว่าเป็นการจ้างชั่วคราว 6 เดือน หลังจากการทดลองงานครบ 6 เดือนแล้ว จะพิจารณาว่าจะบรรจุหรือไม่ เหตุใดศาลฎีกาจึงเห็นว่า ทำงานได้เดือนเศษประเมินผลแล้วเลิกจ้างได้โดยชอบ (80-81)
38. ให้สลับกันหยุดงาน โดยจ่ายค่าจ้าง 50% เหตุใดพนักงานตรวจแรงงานว่าผิดกฎหมายแต่ศาลฎีกาว่า ถูกกฎหมายแล้ว (82-85)
39. งานของนายจ้างมีแต่โครงการ มีกำหนดวันสิ้นสุดแต่ละโครงการแน่นอน เหตุใดจ้างเข้าทำงานมีระยะเวลาแน่นอน สิ้นสุดสัญญาต้องจ่ายค่าชดเชย (86-87)
40. นายจ้างมีใบลาออกของลูกจ้าง ทำไมศาลฯ เห็นว่าเป็นการเลิกจ้าง เพราะคำพูดใดของนายจ้าง เป็นเหตุให้ใบลาออกเสียผล และพฤติการณ์ประกอบมีอย่างไร (88-89)
41. การลาออก ต้องมีพยานเอกสารเป็นใบลาออกหรือไม่ (90)
42. พยานเอกสารหากต้องมี นำสืบความจริงที่มีสาระแตกต่างไม่ได้ นายจ้างเข้าใจว่าจ่ายเพียง 6,000 บาท แต่กลายเป็นจ่าย 4.5 ล้านบาท/เดือน (91)
43. องค์ประกอบการลาออก และการเลิกจ้างใช้หลักอะไรตัดสิน (92-93)
44. การขู่ให้เขียนใบลาออก มีผลเป็นใบลาออก และไม่มีผลต่างกันตรงไหน (94)
45. คำสั่งเลิกจ้างต้องมีรายละเอียดว่า ทำผิดอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร หรือไม่ (95-96)- พนักงานตรวจแรงงานสั่งผิด
46. ถ้าไม่พอใจคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน จะต้องทำอย่างไร ภายในกี่วัน (97-98)
47. ทำไมนายจ้างจึงสั่งพักงานเพื่อการสอบสวน โดยไม่จ่ายค่าจ้างได้ เพราะเหตุใด (99)
48. หลักกฎหมายการพักงานเพื่อการสอบสวน มีอย่างไร (99-100)
49. เหตุใดศาลแรงงานตัดสินให้พนักงาน เพื่อการสอบสวน โดยไม่จ่ายค่าจ้างได้ 9 เดือน (102-104)
50. เหตุใดศาลฎีกาตัดสินให้นายจ้างพักงาน เพื่อการสอบสวน โดยไม่จ่ายค่าจ้างได้ 3 เดือน (105-106)
51. นายจ้างฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ แต่ถูกรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฟ้องแย้งในที่สุดศาลฎีกา ให้ฝ่ายนายจ้างจ่ายค่าเสียหาย ด้วยเหตุผลอะไร (109)
52. นายจ้างจะต้องนำเงินค่าตำแหน่ง เงินเหมาจ่าย เงินประจำหน่วยงาน มาคำนวณจ่ายค่าชดเชยด้วยหรือไม่ (110-112)
53. การบอกกล่าวล่วงหน้าที่ถูกต้องบอกกล่าวอย่างไร เหตุใดจ่ายให้ 30 วัน ไม่ถูกกฎหมาย ทำไมต้องจ่าย 43 วัน (113-114)
54. สัญญาจ้างทดลองงานระบุชัดแจ้ง ให้สิทธิ์เลิกสัญญาได้ทันที ถ้าไม่ผ่านการทดลองงานทำไม ถึงปฏิบัติตามสัญญาไม่ได้ (115)
55. เงื่อนไขการบอกกล่าวล่วงหน้า เดิมเป็นกฎหมายเอกชน เหตุใดกลายเป็นกฎหมายมหาชน (116-117)
56. การกระทำใดที่ศาลฎีกาถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายจงใจทำให้นายจ้างเสียหายร้ายแรง (120)
57. การชวนลูกจ้างของนายจ้างให้ไปทำงานในธุรกิจของผู้ชักชวน ถือว่าเป็นความผิดกรณีร้ายแรงแล้ว (121)
58. เกรดการประเมินผล หากให้คะแนนเกรด B ต่อมาเลิกจ้าง โดยอ้างว่ามีผลงานต่ำกว่ามาตรฐานไม่ได้ (122)
59. หากเลิกจ้างผิดจากเกรดผลการประเมิน จะเป็นเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลฎีกาให้จ่ายค่าเสียหายเพิ่มจากค่าชดเชย และค่าบอกกล่าวล่วงหน้า (123-124)
60. การตัดค่าจ้าง นายจ้างสามารถทำได้ ถ้ามีระเบียบรองรับ มิใช่ตามที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเข้าใจผิดว่าทำไม่ได้ (125-126)
61. การเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่ พิจารณาจากสิ่งใด (127)
62. ลักษณะคำเตือนที่ถูกกฎหมายมีอย่างไร (129-130)
63. ผู้มีอำนาจออกคำเตือน ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ แต่ออกไม่ถูกต้อง ก็เป็นโมฆะได้ (130-131
64. การแจ้งคำเตือนที่สมบูรณ์ โดยลูกจ้างไม่ลงนามรับทราบแต่มีผลสมบูรณ์ (131-133)
 

วิทยากร:


อ.รุ่งเรือง บุตรประคนธ์
 

วันที่และเวลา:


13/02/2008
 

สถานที่:


โรงแรมโนโวเทล บางนา ถ.ศรีนครินทร์
 

ค่าลงทะเบียน:

3200 บาท (ไม่รวม Vat ) 
 

เอกสาร/โบร์ชัวร์หลักสูตร:


http://www.wasotraining.com/calendar.asp?ShowMonth...
 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: